ก้อนหินที่มองไม่เห็นแห่งเรียวอันจิ

ปลายเดือนตุลาคม 2550  ผมไปญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง

คราวนี้ไป เกียวโต  และ โอซาก้า  ซึ่งเป็นการไปเยือนสองเมืองนี้อีกครั้งหลังจากคราวก่อนเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว

เมืองโอซาก้า  ยังคงความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองอันดับสามของญี่ปุ่น  รองจากเมืองหลวงโตเกียว และโยโกฮาม่า เมืองท่าสำคัญที่ติดกับโตเกียว    ผู้คนยังหนาแน่นคลาคล่ำตามถนนหนทางไม่แตกต่างจากวันก่อนที่ผมมาเยือน   เหมือนกับแย่งกันอยู่แย่งกันหายใจ   เหมือนเมืองใหญ่ทั่วไปในโลก  ไม่มีเสน่ห์อะไรให้ค้นพบ

ผมกลับชอบเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นมากกว่า   ด้วยประวัติศาสตร์การเป็นเมืองหลวงมากว่า 1,200 ปี   มรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นวัดในพุทธศาสนา หรือ นิกายเซน  จะมีให้เราพบเห็นในทุกถนนที่เราผ่านไป  ว่ากันว่า นักท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมตะวันออก  อาจใช้ชีวิตอยู่เป็นเดือน  เพื่อเดินชมวัดต่างๆที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน  ที่มีมากกว่า 200 แห่ง  และหลายที่ได้รับการยกย่องรับรองจากยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลก (World Heritage)

วัดดังๆที่อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวของทัวร์ประเทศไทย  เช่น  วัดคินคาคูจิ (Kinkakuji)  หรือที่คนไทยเรียกกันว่าวัดศาลาทอง  ที่มีศาลาสีทองตั้งอยู่ริมน้ำเป็นมุมถ่ายรูปสวยงามของนักท่องเที่ยว  และวัดคิโยมิซึ (Kiyomizu dera) หรือวัดน้ำใส (pure water temple) ที่ตั้งตระหง่านอยู่เชิงเขา   ที่ใครต่อใครต้องไปดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์และขอพรให้สมความปรารถนา  แต่ผมกลับสนใจวัดนิกายเซนแห่งหนึ่ง  ที่โปรแกรมทัวร์มักมองข้ามไป

วัดนิกายเซนที่ว่า คือวัด เรียวอันจิ (Ryoanji)  ที่มีสวนหินแบบญี่ปุ่นที่งดงามตั้งอยู่ในวัด

ความมหัศจรรย์ของการจัดเรียงก้อนหินในสวน คือ  ในพื้นที่กว้างโล่ง มีเพียงก้อนหิน  15 ก้อนวางเรียงสลับไปมาอย่างมีศิลปะแบบสวนญี่ปุ่น   แต่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน  จะสามารถมองเห็นก้อนหินได้เพียง 14 ก้อน  ไม่สามารถนับได้ครบทั้ง 15 ก้อน

ผมเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ  นั่งดูก้อนหินอย่างสงบ  แต่ละคนคงดูปริศนาธรรมของก้อนหินและแปลความแตกต่างกันไปไม่เหมือนกัน

เหมือนชีวิต  เหมือนสังคม  เหมือนผู้คน  เหมือนการเมือง

สิ่งที่พบเห็น  มักไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงทั้งหมดของมัน

ยังมีก้อนหินก้อนที่ 15 ซ่อนเร้นอยู่  มองอย่างไรก็ไม่เห็น  ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม

คนที่เรารู้จัก  แม้ว่าอาจจะรู้จักดีคุ้นเคยกันมาตลอดชีวิต  แต่ก็อาจมีบางด้านบางเรื่องที่เราไม่ได้รับรู้

ความรู้ที่เรามี  แม้ว่าเราจะเป็นเลิศ  เป็นผู้รู้ดีที่สุดในเรื่องนั้น  แต่ก็อาจมีบางเรื่องที่เราไม่รู้เลย

………………………..

กลับมาดูประเทศไทย  อีกไม่กี่วัน    บ้านเมืองเราก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง  ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 25 ของประเทศนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475  หรือคิดได้ว่า ใน 75 ปีมีการเลือกตั้ง 25 ครั้ง  หรือเฉลี่ย 3 ปีต่อครั้ง

เมื่อถึงหน้าเลือกตั้ง  เหมือนเสียงปี่เสียงกลองเริ่มบรรเลง  นักการเมืองก็เริ่มออกหาเสียง  ด้วยการแจกใบปลิวแผ่นพับ ติดป้ายโปสเตอร์  เดินไหว้ประชาชนเพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงตามบ้าน

แข่งประชันนโยบาย  ที่อาจเลิศเลอ  ดูดี  ตรงใจ  ตรงความต้องการประชาชน  เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่

อะไรที่ชาวบ้านอยากฟัง  ชาวบ้านอยากได้  ก็ถูกนักการเมือง พรรคการเมืองคิดประดิษฐ์เป็นนโยบายที่สวยงาม  เป็นคำขวัญในการหาเสียง

อะไรที่พูดแล้วดูดี  ดูมีอุดมการณ์  มีความตั้งใจในการทำงานอุทิศตัวเองให้แก่ประชาชน  เป็นคนเสียสละเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง  ก็จะเป็นประโยค เป็นวลีที่มักจะพบเห็นได้ทั่วไปในทุกเทศกาลเลือกตั้ง

อะไรที่เป็นแสดงออกแล้วเป็นคนของสังคม  ช่วยเหลือสังคม  ช่วยเหลือชาวบ้าน   แสดงออกถึงความเหมาะสมที่จะได้รับการลงคะแนนเพื่อไปทำหน้าที่ผู้แทนอันทรงเกียรติในสภา  ก็จะถูกหยิบยกมาพูดมาแนะนำให้เกิดคล้อยตาม

…………………………….

ก้อนหินในสวนหินที่วัด  มองจากมุมไหนก็ยังมีก้อนหนึ่งที่ไม่สามารถมองเห็น

คงไม่ต้องบอกอะไร  ถึงนักการเมือง นักเลือกตั้งไทย

สิ่งที่มองเห็น  อาจไม่ใช่สิ่งทั้งหมดที่เป็นจริง

และอาจจะมีก้อนหินมากกว่าหนึ่งก้อนเสียด้วยซ้ำ ที่เรายังมองไม่เห็น

(ตุลาคม 2550)

เผยแพร่โดย

somchaisr

สมชัย ศรีสุทธิยากร นักรัฐศาสตร์ สอนวิชาบริหาร กลยุทธ์ การวิจัย เป็นกรรมการองค์กรอิสระ ช่างภาพ เขียนบทกวี แปลเพลง แสวงหาแหล่งท่องเที่ยว และอาหารอร่อย นำประสบการณ์บางส่วนมาร่วมแบ่งปันในเว็ปเล็กๆที่จัดการด้วยตนเองอย่างง่ายๆนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s