คุณภาพชีวิตในการทำงาน (Quality of Worklife)

คนมีความสุข ก็จะตั้งใจทำงาน  ท้ายสุดองค์การก็ได้ประโยชน์

คุณภาพชีวิตในการทำงาน หรือ Quality of Worklife  บางทีก็เรียกสั้นๆ ว่า QWL   เป็นแนวคิดทางการบริหารที่มุ่งเน้นให้บุคลากรในองค์การทำงานอย่างมีความสุข     ประกอบด้วยหลักสำคัญ 8 ประการ คือ 1) การได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและพอเพียง  2) มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่สะอาด ปลอดภัย  3) การเปิดโอกาสให้พัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่  4) ทำงานแล้วเติบโตก้าวหน้า  5) มีชีวิตสังคม สังสรรค์กับชาวบ้านในหน่วยงาน  6) งานที่ทำมีกฎเกณฑ์ ระเบียบ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่เป็นธรรม เป็นที่ยอมรับ 7) มีความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน  และ 8) มีชีวิตเพื่อสังคม ทำบุญทำทานพอสมควร

คิดๆดู  หลักข้างต้นก็น่าจะใช่  เพราะถ้ายึดหลักต่างๆเหล่านี้แล้ว  ก็น่าจะเรียกได้ว่า ทำให้คนมีความสุขในการทำงานได้พอประมาณ   จึงเป็นหน้าที่ที่องค์การต้องมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน

ผมยังไม่เคยไปออฟฟิซของ Google ที่แคลิฟอร์เนีย  แต่พอได้ฟังเรื่องราวของเขา  แทบจะละเมอไปหา  เขาเรียกที่ทำงานเขาว่า GooglePlex  มีอาหารให้กินฟรีทุกมื้ออย่างไม่อั้น ,  เล่นเน็ต wifi  free ทั้ง 24 ชม.,  มีเครื่องเล่นเกมทุกอย่างตั้งแต่เครื่องเล่นสมัยเก่า เช่นโต๊ะโกล  จนถึงสมัยใหม่ต่างๆเช่น PS3 , wii , Xbox อยากเล่นเมื่อไหร่ก็เดินไปเล่นได้ , มีบาร์ เครื่องดื่ม โต๊ะสนุ้กให้เพลิดเพลินเวลาอยากชิลล์  ,   โต๊ะทำงานมีจอไวด์สกรีน 2 จอ ไว้ทำงาน จะได้ไม่เมื่อยลูกกะตาเพราะต้องนั่งเพ่งแต่จอเล็กๆ  ,  มีสไลเดอร์ติดต่อระหว่างชั้น กรณีที่พนักงานไม่อยากเดินลงบันได หรือลงลิฟท์  ,   มีเก้าอี้นวดไฟฟ้าให้ใช้ยามเมื่อต้องการความผ่อนคลาย  โอ๊ย  จะบ้าตาย

ตรงข้ามกับที่ทำงานบ้านเรา  จะเล่นเฟซบุ้ค ซะหน่อย ยังต้องแอบเจ้านายเล่น  แล้วจะทำให้พนักงานมีความสุขได้อย่างไร

ต่อไปนี้เป็นเรื่องของที่ทำงานแห่งหนึ่งที่มีคุณภาพชีวิตทำงานดีพอประมาณ

สามเกลอทำงานตึกเดียวกัน ออฟฟิซที่ทำงานอยู่บนชั้น 30 ของตึกระฟ้าใจกลางกรุง  สถานที่ทำงานก็โอ่โถง สะอาด ทันสมัย มีคุณภาพชีวิตการทำงานในระดับใช้ได้ทีเดียว  ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข

แต่วันหนึ่งก็เป็นเรื่องเข้าจนได้ เมื่อวันหนึ่งทั้งสามมาถึงที่ทำงาน แต่บังเอิญระบบลิฟท์ขัดข้องไม่สามารถทำงานได้

การเดินขึ้นบันไดไปทำงานที่ออฟฟิซชั้น 30 คงไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับทุกคน  แต่สามเกลอคิดเชิงบวก ว่า สิ่งที่เหนื่อยยากก็ทำให้เพลิดเพลินได้ถ้าเรามีวิธีการจัดการกับมัน  ทั้งสามจึงตกลงกันว่า  เอาอย่างงี้แล้วกัน  เพื่อให้การเดินขึ้นบันไดไม่เหนื่อยล้า  เราจะผลัดกันเล่านิทาน ขำขัน หรือเรื่องน่ารู้ระหว่างทางขึ้นบันไดคนละ 10  ขั้น  การเดินขึ้นบันไดก็จะกลายเป็นความเพลิดเพลินหฤหรรษ์  ทดแทนความเหนื่อยยากที่เกิดขึ้น

กำลังจะย่างขึ้นบันไดชั้นหนึ่ง  เกลอหนึ่งซึ่งติดอ่างขยับจะพูด “ข้า..ข้า….ข้า”   เพื่อนอีกสองคนเห็นว่า   ไม่ได้การ พลันห้ามปรามไว้  “ให้คนอื่นเขาเล่าก่อน  เอ็งติดอ่างไว้เล่าทีหลัง  จากนั้น คนหนึ่งก็เริ่มเล่านิทานอย่างเพลินเพลินไปจนถึงชั้น 10

พอครบ 10 ชั้น เกลออ่าง ขยับจะพูดใหม่  “ข้า…ข้า…..ข้า”  เพื่อนอีกสองคนเห็นการพูดติดอ่างเป็นเรื่องแสนรำคาญ  จึงตัดบทบอกไปว่า  “ให้อีกคนเล่าก่อน  เอ็งติดอ่างไว้เล่าคนสุดท้าย”  และแล้วนิทานจากปากเกลอที่สองก็ยาวไปจนถึงชั้น 20

พอถึงชั้น 21  เพื่อนทั้งสองหมดมุกและหมดภาระหน้าที่  จึงกล่าวกับเพื่อนที่ติดอ่างว่า  “ชั้น 21 แล้ว หน้าที่เอ็งละ ไอ้อ่าง  เอ็งเล่านิทานได้”

ชายติดอ่าง ทำหน้าตาไม่ดีนัก ขยับปากพูด “ข้า….ข้า…..ข้า…..ลืม….กุญ…..แจ…แจ…ห้อง….ไว้..ใน…ใน….รถ”

งานนี้ ไม่ทราบ เกลอไหน จะถูกถีบให้ลงมาชั้นหนึ่งเพื่อเอากุญแจห้อง

เผยแพร่โดย

somchaisr

สมชัย ศรีสุทธิยากร นักรัฐศาสตร์ สอนวิชาบริหาร กลยุทธ์ การวิจัย เป็นกรรมการองค์กรอิสระ ช่างภาพ เขียนบทกวี แปลเพลง แสวงหาแหล่งท่องเที่ยว และอาหารอร่อย นำประสบการณ์บางส่วนมาร่วมแบ่งปันในเว็ปเล็กๆที่จัดการด้วยตนเองอย่างง่ายๆนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s