มนต์แห่งเพตรา

เพตรา นครศิลาสีชมพู ที่เคยคึกคักด้วยผู้คนซึ่งใช้เป็นเส้นทางค้าขายจากเอเชียสู่ยุโรป นำกำยาน เครื่องหอม เครื่องเทศ ผ้าไหม สิ่งมีค่าที่เป็นต้องการมาซื้อขายแลกเปลี่ยนในเมืองแห่งอารยธรรมที่ซ่อนเร้นตัวอยู่กลางทะเลทรายชื่อ นครเพตรา (Petra)

ประมาณ ค.ศ.100 เกือบสองพันปีมาแล้ว ชาวนาบาเทียน (Nabataean) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการค้า เนรมิตเมืองที่แกะสลักลึกไปในหินทรายสีชมพู จัดระบบชลประทานเพื่อทดน้ำจากแม่น้ำผ่านระบบฝายและท่อยาวนับกิโลเมตร ทำให้เมืองกลางทะเลทรายคึกคักด้วยผู้คน และพลันกลับกลายเป็นเมืองที่หายสาบสูญซ่อนเร้นตัวเองในช่วง คศ. 700 เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในช่วง คศ.400 เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางค้าขาย กลายเป็นเมืองร้างที่รู้จักกันแต่ชนเผ่าเบดูอินที่เร่ร่อนอยู่กลางทะเลทรายเท่านั้น จนเมื่อประมาณสองร้อยปีที่แล้วจึงค้นพบใหม่โดยนักสำรวจชาวสวิส และเริ่มเป็นที่โด่งดังหลังจากปรากฏต่อสายตาชาวโลกผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเมื่อ อินเดียน่า โจนส์ ตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ จนทำให้เพตรากลายเป็น destination อีกหนึ่งแห่งที่นักเดินทางใฝ่ฝันไปพบ

จากอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดนในตอนบ่ายมุ่งทางทิศใต้ ผ่านดินแดนแห้งแล้งและทะเลทรายระยะทาง 235 กิโลเมตร กับเวลา 3 ชั่วโมง ก็ถึงเมืองเล็กๆที่ตั้งของเพตราในเวลาเย็นพอดี สอบถามได้ความว่ามีทางเลือกเกี่ยวกับค่าเข้า 3 แบบ คือ หนึ่งวัน 50 จอร์แดนดีนาร์ (ประมาณ 2,500 บาท) สองวัน 55 ดีนาร์ และสามวัน 60 ดีนาร์ ให้ต้องประเมินเวลาและความคุ้มค่ากันเองว่าจะเลือกแบบใด เราเลือกที่ใช้เวลาเย็นกับการพักผ่อนและเตรียมพละกำลังเพื่อการชมเพตราในวันรุ่งขึ้นโดยนัดหมายเวลา 7 โมงเช้าเพื่อเริ่มต้นเดินทาง โดยหวังว่าอากาศตอนเช้าในเดือนกันยายน จะสบายๆเหมาะสำหรับการเดิน

เช้ารุ่ง การผจญภัยได้เริ่มขึ้น ทางส่วนแรกประมาณเกือบหนึ่ง กม. เป็นถนนทางเดินราบที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ เพื่อนำเข้าสู่ช่องเขา เราเดินผ่านโดยใช้เวลาไม่นานนัก มีบริการม้าให้ขี่สำหรับผู้ที่ถนอมแรงไม่อยากเดิน ราคาตั้งแต่ 2-5 ดีนาร์ (100-250 บาท) แล้วแต่ว่าใครจะถูกเสนอข้อมูลอย่างไร สิ้นสุดจุดนี้ความตื่นตาแรกก็ปรากฏ เป็นช่องซอกหลืบเขาขนาดกว้าง ​5-10 เมตรยาวประมาณ 1.2 กม.ที่เรียกว่า The Siq เลื้อยเข้าไปในดินแดนลึกลับ ลวดลายชั้นหินทรายหลากสีดูสวยงาม โค้งเว้า ในรูปทรงแปลกตาที่ถูกสร้างสรรค์โดยธรรมชาติมานานนับล้านปี บ้างก็มีคำอธิบายว่า เป็นพลังของน้ำที่กัดเซาะ โดยพื้นที่นี้หลายล้านปีก่อนคือส่วนที่จมอยู่ใต้สมุทร ตลอดทางช่วงนี้นักท่องเที่ยวล้วนเพลิดเพลินกับการบันทึกภาพตนเองกับซอกหลืบหินแปลกตาไม่ซ้ำ โดยบางช่วงยังมีร่องรอยการแกะสลักที่ยังไม่เสร็จ และถ้าสังเกตจะเห็นทางส่งน้ำที่คนโบราณนำน้ำจากแม่น้ำเพื่อไปหล่อเลี้ยงคนในนครอย่างชาญฉลาด

ปลายสุดของ The Siq หลังจากเดินพอได้เหงื่อ ก็เห็นภาพของนครเพตราปรากฏในปลายของซอกหลืบ ทุกคนรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปเพื่อชื่นชมกับสิ่งเห็นอยู่ตรงหน้า ไม่มีใครสนใจใคร มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาบันทึกภาพมุมแล้วมุมเล่าของสิ่งแกะสลักงดงามในหน้าผาสีชมพู ขนาดกว้าง ​25 เมตร สูง 39 เมตร หรือ ราวตึก 13 ชั้น ที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า มีบริการให้ขึ้นขี่อูฐเพื่อถ่ายภาพในราคา 100-250 บาท แล้วแต่ระดับความเป็นเศรษฐีของแต่ละคน วิหารแห่งเพตรานี้ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า The Treasury หรือแปลว่า คลังมหาสมบัติ ว่ากันว่าครั้งหนึ่งคนเชื่อว่าเป็นที่เก็บสมบัติของฟาโรห์แห่งอิยิปต์ แต่เดี๋ยวนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ เนื่องจากช่วงเวลาในการรุ่งเรืองของเพตราเป็นยุคโรมันเรืองอำนาจซึ่งเป็นช่วงหลังความรุ่งเรืองของอิยิปต์แล้ว จึงพอสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นที่ประกอบพิธีศาสนาและเป็นสุสานที่เก็บศพของกษัตริย์และราชวงศ์ของของนาบาเทียนเสียมากกว่า

วิหารแห่งเพตรา คลังสมบัติแห่งฟาโรห์ หรือ สุสานของบรรพชนนาบาเทียน เป็นหน้าผาถ้ำแกะสลักวิจิตรสองชั้น ชั้นล่างมีเสาทรงกลมยักษ์หัวเสาสไตล์คอรินเธียน (Corinthian) จำนวน 6 ต้น ชั้นบนมี 4 ต้น สองข้างและกลางประดับด้วยรูปแกะสลักเทพกรีกที่สึกกร่อนไปตามธรรมชาติหรือถูกสกัดไปขายจากฝีมือมนุษย์จนดูไม่ออกว่าเป็นเทพองค์ใด กลางบนสุดเป็นรูปคนโทบนมุขครึ่งวงกลมลวดลายวิจิตรให้อ้าปากค้างสมกับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ( 7 Wanders)

หากใครช่างสังเกตสักนิด ก็จะเห็นปริศนารูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเรียงสองแถวจากด้านล่างไปถึงบนอยู่ด้านข้างทั้งสองข้างของสุสาน สมมติฐานแรกคือ อาจจะเป็นที่ต่อนั่งร้านเพื่อก่อสร้างแต่มีการยินยันจากนักโบราณคดีโดยดูจากสิ่งก่อสร้างอื่นที่ยังสร้างไม่เสร็จว่า การสร้างสิ่งก่อสร้างดังกล่าวใช้วิธีการสกัดหินจากบนลงล่าง ไม่มีการสร้างนั่งร้าน. จึงมาสู่สมมติฐานต่อไปว่าน่าจะเป็นช่องที่พวกปล้นสุสานสกัดเพื่อปีนตัวขึ้นไปหาสมบัติที่เป็นที่มาของชื่อคลังสมบัติหรือ The Treasury นั่นเอง ดังนั้น ถึงวันนี้ภายในสุสานจึงเหลือเพียงห้องว่างเปล่าจำนวน 3 ห้อง ไม่มีสิ่งใดเหลือหลอ. ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเป็นสุสานของใคร

หน้า The Treasury ยังคลาคล่ำไปด้วยลูกหลานนาบาเทียนจำนวนมาก บ้างจูงอูฐ. บ้างจูงลา. บ้างขี่ม้า
บ้างขับรถม้า. มาเสนอการให้บริการมากมายก่ายกองเพื่อการเยี่ยมชมเพตราให้อิ่มใจแต่จนเงิน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจบลงเพียงแค่วิหารแห่งเพตรานี้ หรือ เดินต่อไปอีกเล็กน้อยก็ถอดใจกลับ แต่รู้ไหม ทายาทนาบาเทียนยังมีออปชั่นพิเศษที่จะพานักผจญภัยอย่างเราไปตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ รออ่านในตอนถัดไปครับ

เผยแพร่โดย

somchaisr

สมชัย ศรีสุทธิยากร นักรัฐศาสตร์ สอนวิชาบริหาร กลยุทธ์ การวิจัย เป็นกรรมการองค์กรอิสระ ช่างภาพ เขียนบทกวี แปลเพลง แสวงหาแหล่งท่องเที่ยว และอาหารอร่อย นำประสบการณ์บางส่วนมาร่วมแบ่งปันในเว็ปเล็กๆที่จัดการด้วยตนเองอย่างง่ายๆนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s