About

The Great Wall

คนสร้างกำแพงเพื่อป้องกันสิ่งที่ตนเองกลัว
กำแพงยิ่งใหญ่ ยิ่งสูง ยิ่งสะท้อนความกลัวของผู้สร้าง
สิ่งก่อสร้างมหึมาซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเช่น กำแพงเมืองจีน
คือ สิ่งสะท้อนถึงความหวาดกลัวที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติจีนในอดีต

ความน่ากลัวที่ถูกจินตนาการโดยผู้กำกับระดับโลก จางอวี้โหมว
ที่เคยฝากผลงานสุดประทับใจในอดีต เช่น Hero และ House of Flying Daggers
มาคราวนี้ นำหนึ่งในตำนานเรื่องเล่าของสิ่งน่ากลัวนอกกำแพงใหญ่มาถ่ายทอดในรูปภาพยนตร์ ความยาว 108 นาที ที่ชมได้เพลิน แบบสนุก และเร้าใจในทุกๆนาทีของแผ่นฟิล์ม

สนุก แบบไม่ต้องคิดมาก
มัน สะใจ กับ ฉากต่อสู้
ตื่นตา กับ คอมพิวเตอร์กราฟิคที่ตระการตา
สวยงาม กับ มุมกล้องของฉากกำแพงใหญ่ และอีกหลายฉากในเรื่อง
แต่ อย่าคิดว่า จะได้สาระอะไรมากจากหนังเรื่องนี้

กำแพงใหญ่ เพียงไร ก็มีจุดอ่อน จุดเปราะบาง ที่ให้ฝ่าเข้ามาได้
เช่นเดียวกับ ใจคน ที่ถึงจะแข็งแกร่ง ก็พังทลายได้ ให้กับความอยากได้ อยากมี ของตน

ดูหนังจีนเรื่องนี้ ทำให้หวนคิดถึง The wall ใน Game of Thrones ที่สูงล้ำยิ่งกว่า The Great Wall
ในขณะที่ white walkers หรือ กองทัพผีดิบนอกกำแพงใหญ่ในเรื่องดังกล่าว
ยังมิอาจเทียบความน่าสะพรึงของ เทาเทีย (Taotie) ใน The Great Wall ได้
เป็นคำถามว่า ฝรั่งสร้างกำแพงสูงเกิน หรือ นักรบจีนในอดีตกล้าหาญเกินตัว

เรื่องนี้ไม่มีคำตอบ
รู้แต่ว่า The Great Wall ได้ พังทลายกระเป๋า ให้เสียตังค์ไปดูเรียบร้อยแล้ว
เมื่อดูจบ ได้ข้อสรุปประการเดียว
เสียเงินแล้ว อย่าคิดมาก

สมชัย ศรีสุทธิยากร
3 มกราคม 2560

Rogue One

โร้ค วัน (Rogue one) : รอยต่อที่มิอาจละเลย

ทางคณิตศาสตร์ ตัวเลข 3 ต่อไป คือ 4
แต่นักคณิตศาสตร์ที่แท้บอกว่า ระหว่าง 3 กับ 4 ยังมีตัวเลขที่แทรกอย่างอีกนับอนันต์
3.01 3.001 ……… 3.999 …… นับไม่ถ้วนจริงๆ

เช่นเดียวกับ เรื่องราวที่หายไป หลังจากจบ episode 3 ที่ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์
ถูกอำนาจมืดครอบงำ กลายเป็น ดาร์ธ เวเดอร์ ผู้ทรงพลัง ก่อนมาสู่ความหวังใหม่
ของกลุ่มกบฏ ใน episode 4 ซึ่งเป็น สตาร์วอร์ส ตอนแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2520

แฟนพันธุ์แท้ของ สตาร์วอร์ส ที่ดูมาครบ 7 ตอน (episode 1-7)
พอมาดูโร้ค วัน แบบไม่อ่าน spoil มาก่อน คงต้องปะติดปะต่อนานพอควร
ถึงจะลำดับไทม์ไลน์ได้ และ มาร้องอ๋อ แบบ surprise ในตอนจบ
แถมมีเรื่องเม้าท์ให้คนข้างๆฟัง ถึงความเชื่อมโยงต่อไปใน episode 4
(ควรทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพราะหนังฉายเมื่อ 30 ปีที่แล้ว)

ตัวละครหลักใน โร้ค วัน ไม่เชื่อมอะไรกับ 3 และ 4 นัก
แต่หากขาดการเสียสละของพวกเขา
การต่อสู้กับจักรวรรดิจนเป็นตำนาน สตาร์วอร์ส คงไม่เกิดขึ้น
เหมือนกับชัยชนะในการต่อสู้ของประชาชน
ที่สามัญชนไร้นามมักเป็นผู้เสียสละเลือดเนื้อ

หนังอืดบ้างในช่วงครึ่งแรก
แต่ฉากรบในครึ่งหลัง ตระการตา คุ้มค่ากับการชม
(ควรนัดหมายให้คนข้างๆปลุกขึ้นมาชมด้วย)

เป็นหนังอีกเรื่อง ที่ไม่ดูไม่ได้ หากเสียตังค์ดูมาแล้ว 7 ภาค
อย่างน้อยที่สุด ก็ช่วยให้รับรู้ความต่อเนื่อง
ระหว่าง 3 กับ 4
ยังมีเรื่องราวอีกนับอนันต์จริงๆ

สมชัย ศรีสุทธิยากร
2 มกราคม 2560

ดาบปราบเทวดา

ดาบปราบเทวดา
ชายหนึ่ง สูงสุดสุดยอดขั้นเทพเจ้ากระบี่ แต่เบื่อหน่ายชีวิตกับการฆ่าฟันและการถูกท้าประลอง
ชายหนึ่ง ฆ่าคนที่ไม่มีใครฆ่าได้มาทั่วแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยได้กล่าวขานว่าเป็นมือกระบี่ที่หนึ่ง

หญิงหนึ่ง ทั้งงดงาม ทั้งสูงส่ง ทั้งรัก ทั้งแค้น จนกลายเป็นโศกนาฏกรรม และหายนะแห่งยุทธจักร
หญิงหนึ่ง ต่ำต้อย ไร้ศักดิ์ศรี ใช้ตัวแลกเงิน ยอมลำบากเพื่อท้องอิ่มของครอบครัว

เมื่อสี่ชีวิต วนเวียนเป็นสาระของ ดาบปราบเทวดา หรือ ซาเสียวเอี้ย ผลงานสุดประทับใจของโกวเล้ง
ที่สร้างเป็นหนังจีนกำลังภายในฟอร์มยักษ์ในช่วงนี้

ปรัชญาที่แฝงในเรื่องสอนให้เรารู้ว่า ไม่มีอะไรดีสุด
ในดีมีเลว ในเลวมีดี ในรักมีแค้น ในการกระทำดีบางทีก็มีผลเสีย

เด็กรับใช้ที่ใช้การมิได้ อาจเป็นยอดฝีมือที่แฝงตัวมิมีใครต้านทาน
มือสังหารอำมหิต ก็รักเด็ก มีน้ำใจและเล่นหัวกับเด็กได้
หญิงสาวที่หวานชื่นยามรัก ก็สามารถจ้วงแทงกระบี่อย่างไม่ยั้งในยามชัง
หญิงผู้ยากจน ต่ำต้อย กลับกลายเป็นผู้มีน้ำใจใหญ่หลวงต่อคนยากจนด้วยกัน

ทุกอย่างในโลกนี้มิอาจคาดการณ์ได้จริงๆ

สำหรับสาวก โกวเล้ง นี่คือภาพยนตร์ไม่ควรพลาด
ยอดเยี่ยมทั้งบท ผู้แสดง ฉาก และคิวต่อสู้

ไม่เสียดายเงิน แต่ไม่อิ่ม ไม่สมใจ
พอหนังจบ มีเสียงบ่นอู้
ในสมหวัง มีผิดหวัง

หรือในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่พอดีจริงๆ

สมชัย ศรีสุทธิยากร
22 ธันวาคม 2559

Snowden

Snowden (2016)
คนวัย 29 คนหนึ่ง จะทำอะไรได้มากเท่านี้

เก่ง เชี่ยวชาญในเรื่องคอมพิวเตอร์ที่หาตัวจับยาก
หากประกอบธุรกิจคงไม่แพ้ สตีฟ จ็อบ หรือ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก
สมัครเข้าเป็น CIA สอบออกได้เป็นที่ 1 ของรุ่น
ทำแบบทดสอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศต่างๆ เสร็จใน 38 นาที
ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นใช้เวลา ถึง 4-5 ชั่วโมง
และยังชอบเล่น cubic ลูกเต๋าสลับสีเป็นชีวิตจิตใจ
เข้าทำงานในหน่วยงานที่ชื่อ NSA หรือ องค์การความมั่นคงแห่งชาติของ
สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมในการสอดส่องชีวิตของผู้คนในโลก
ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รู้ว่าคุณเป็นใคร คบกับใคร อยู่ที่ไหน มีจุดอ่อนอะไร
เก่งขนาดชี้เป้า ให้ถล่มด้วยอาวุธสงครามให้กลายเป็นจุลในพริบตาอย่างไม่พลาดเป้า

วันหนึ่ง จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึง
เมื่อเขาตระหนักว่า การมีชีวิตของผู้คน ควรเป็นเสรีภาพของผู้นั้น
ไม่ควรอยู่ภายใต้สายตาของ big brother คนใด
จึงนำมาซึ่งการลักลอบนำข้อมูลออกมาเปิดเผยต่อชาวโลกอย่างแยบยล

นี่คือที่มาของ ชื่อ Snowden
อัจฉริยะ วีรบุรุษ อาชญากร คนทรยศต่อชาติ
แล้วแต่มุมมองของใครจะเรียก

น่าดูครับ

หมายเหตุ ผมอายุ 58 และไม่ชอบเล่น cubic

Wolf Totem

Wolf-Totem

แนะนำหนังที่ไม่นึกว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่น่าสนใจจริง

นักศึกษาจีน ไปใช้ชีวิตในชนบทยุคปฏิวัติวัฒนธรรมในดินแดนมองโกเลียไกลโพ้น
เห็นฝูงหมาป่ามองโกล กำลังล่าเหยื่อฝูงละมั่ง
“ทำไมเราไม่ฆ่าหมาป่า เพื่อให้ฝูงละมั่งรอด” นักศึกษาถามหัวหน้าเผ่า
“หากละมั่งมีมากไป ก็จะกินหญ้าที่มีอยู่น้อยให้หมด ผืนหญ้าช่วยให้เราอยู่รอดได้”
“แล้วทำไม เราไม่ฆ่าละมั่ง หากมันเป็นภัยต่อผืนหญ้า”
“ถ้าละมั่งหมด หมาป่าจะไม่มีอาหาร กลับมาทำร้ายแกะที่เราเลี้ยง” หัวหน้าเผ่าตอบ
ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลจริงๆ

ใครดูแล้วได้แง่คิดอะไร มาเล่าให้ฟังกันบ้าง

Shogun

shogun

หนังมินิซีรีย์ เรื่องแรกที่ผมดูมั้ง

โชกุน บทประพันธ์ของ เจมส์ คลาเวลส์
เรื่องของ ต้นหนเรือฮอลันดา ที่เรือแตกและมาขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านประมงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และมีส่วนสำคัญในการช่วยสอนการใช้อาวุธสมัยใหม่ ให้แก่ขุนนางญี่ปุ่นในตระกูลโตกูกาวา จนสามารถมีกำลังทหารแข็งแรง ต่อสู้ช่วงชิงอำนาจ จนขุนนางคนดังกล่าวสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งโชกุน ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดได้

ริชาร์ด แชมเบอร์แลน รับบท แบล็กธอร์น ต้นหนเรือแตกสุดหล่อ ที่ต้องมาใช้ชีวิต แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวัฒนธรรมตะวันออกแบบญี่ปุ่น โตชิโร มิฟูเน่ รับบทโตระนากะ ขุนนางญี่ปุ่นที่แบล็กธอร์นมาช่วยฝึกการใช้อาวุธสมัยใหม่จนมีอำนาจขึ้นสู่ตำแหน่งโชกุน ส่วนนางเอกที่เป็นคนรับใช้ในตระกูลขุนนาง จำชื่อไม่ได้ แต่สวยมาก (จำได้แค่ฉากอาบน้ำแบบญี่ปุ่น)

พล็อตเรื่อง ฉากและประโยคคำพูดที่จำได้ดี คือ โตระนากะ รับปาก แบล็กธอร์นว่า หากช่วยสอนการใช้อาวุธปืน ก็จะช่วยต่อเรือ ให้แบล็กธอร์น เดินทางกลับบ้านเกิดตัวเองได้

แต่ทุกครั้งที่เรือต่อใกล้เสร็จ ก็ต้องมีเรื่องเรือถูกเผาเพราะเหตุจราจลที่ไม่คาดคิด ทำให้แบล็กธอร์น ต้องอยู่ช่วยโตระนากะต่อไปเรื่อยๆ จนขึ้นสู่อำนาจโชกุน โดยแบล็กธอร์นไม่เคยล่วงรู้ว่า คนที่บงการให้เผาเรือ คือ โตระนากะ เอง

“สร้างไปเถอะ ต่อเรือใหม่กี่ครั้งก็ได้ ต่อเสร็จข้าก็จะเผา ตราบใดที่เจ้ายังเป็นประโยชน์ต่อข้า อย่าหวังว่าจะต่อเรือเสร็จ”

ทั้งหมดเป็นมินิซีรีย์ ปี 1980 ดูมาแล้ว 30 กว่าปี

มิมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ การร่างรัฐธรรมนูญของบางประเทศ

The Four

four

ดูหนังจีนกำลังภายใน ที่เหมือนดู X Men+ Fantastic Four+ Sherlock Holmes

4 มหากาฬพยายม (The Four) หนังสามภาคจบ แต่เพิ่งออกเป็นแผ่นมาได้แค่สองภาค
เรื่องของนักสืบอิสระที่มีพลังวรยุทธ์ 4 คน
เลือดเย็น (Cold blood) ไร้ใจ (Heartless) หมัดเหล็ก(Iron fist)และ นักล่า(Hunter)
ภายใต้สังกัดของหน่วยงานลึกลับที่มาช่วยราชการคลี่คลายคดีของราชสำนัก

พระเอก(เลือดเย็น) เวลาโมโห จะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า เพียงแต่ไม่มีดาบยื่นออกมาเหมือน วูฟเวอรีน (Wolverine)
นางเอก (ไร้ใจ)อ่านจิตใจคนได้ บังคับเคลื่อนย้ายวัตถุได้ เหมือนแม็กนีโต (Magneto)
ตัวที่สาม (หมัดเหล็ก) นอกจากมีหมัดทรงพลัง เหมือน มนุษย์หิน (Thing) ยังเป็นนักประดิษฐ์อุปกรณ์แปลกๆสารพัด ราวกับ คิว (Q) ในเจมส์ บอนด์
ส่วนตัวที่สี่ (นักล่า) ที่มีนิสัยร่ำสุรา แต่ก็มีชั้นเชิงวรยุทธ์เพลงเท้า และวิชาตัวเบาที่สูงยิ่ง

หัวหน้าตัวร้าย ที่มีพลังน้ำแข็ง เหมือนไอซ์แมน (Iceman) และยังเปลี่ยนเป็นไฟได้ เหมือนมนุษย์คบไฟ (Torch)
ตัวร้ายหญิงที่แปลงกายเป็นตัวอะไรก็ได้เหมือน มิสติค (Mystique)
แถมยังมีกองทัพซอมบี้ ยังกะเรื่อง The walking dead

เรื่องราวสืบสวนในราชสำนักก็ซับซ้อนซ่อนเงื่อนราวกับ Sherlock Holmes

แม้เรื่องจะมั่วๆ ดึงอารมณ์ให้ฉุกคิดถึงหนังสารพัดเรื่อง แต่ก็ผูกเรื่องโยงได้ดี มีฉากบู๊ ฉากอารมณ์ ที่น่าสนใจ คนดูบู๊จะชอบภาค 1 และเบื่อภาค 2 ว่าอืดอาด แต่คนดู art จะชอบภาค 2 เพราะเดินเรื่องเร้าอารมณ์คนดูให้คล้อยตามไปกับตัวละคร ตอนนี้เลยยังเถียงกันว่า ภาคไหนจะดีกว่ากัน

ภาค 3 The Final Battle สงครามครั้งสุดท้าย เห็นว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย พร้อมฉากบู๊ล้างผลาญมหึมา
ฉายใน ฮ่องกง ทำเงินถล่มทลายไปแล้วตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

คนไทยคงรอว่าเมื่อไหร่จะทำแผ่นออกมาขาย
ได้ยินแว่วๆมาว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน

ฌ้อปาอ๋อง

ฌ้อ

เชิญมางานเลี้ยง แล้ววางแผนสังหาร

น่าจะเป็นฉากที่อลังและเป็นไฮไลท์ที่สุดของหนังเรื่องนี้
The White Vengeance หรือชื่อไทย ฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น
หนังจีนอิงประวัติศาสตร์ว่าด้วยการช่วงชิงอำนาจของ หลิวปัง (พระเจ้าฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น) กับ
เซี่ยงหวี้ (ฌ้อปาอ๋อง) จากเพื่อนรักมาเป็นศัตรูคู่อาฆาต รบกันยาวนานถึง 4 ปี
ความสนุกของหนัง ไม่ใช่ฉากรบหรือฉากสงคราม
แต่กลับเป็นการเดินเรื่องที่ชวนให้ติดตาม
และให้เห็นถึงบุคลิกตัวละครแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกทั้งสอง ตัวนาง ขุนพลคู่ใจแต่ละฝ่าย และที่โดดเด่นสุดๆคือ บทของ กุนซือทั้งสองฝ่าย ที่เชือดเฉือนกันอย่างสุดมัน
แค่ฉากเล่นหมากล้อม 5 กระดาน ที่กุนซือฝ่ายฌ้อปาอ๋อง ชนะไป 4 กระดานรวด
แต่ยังไม่สามารถอ่านหมากกระดานที่ 5 ได้ ก็สนุกสุดๆละ
มาเฉลยตอนเกือบท้ายสุด โดยกุนซือฝ่ายหลิวปังที่ทำท่าจะชนะว่า เดินหมากโหดเหี้ยมเพียงไร
และมาเฉลยตอนใกล้จบอีกทีว่า เป็นหมากที่เดินแล้วแพ้ทั้งคู่ (อะไรจะซับซ้อนปานนั้น)
นักประวัติศาสตร์วิจารณ์ ฌ้อปาอ๋อง ที่พ่ายศึกว่า ใจอ่อนเกินไปที่ไม่ยอมสังหารหลิวปังในงานเลี้ยง
เลยนำไปสู่ความพ่ายแพ้ยับเยินในอนาคต

คล้ายคุ้นๆกับที่มีการเชิญใครมาประชุม หรือเปล่านะ (คิดไปเองน่ะ)

Fifty Shades

grey

ห้าสิบเฉดของสีเทา (Fifty shades of Grey)
คนขายบอกออกเป็นบลูเรย์และดีวีดีแล้ว
เห็นคนพูดถึงมากมายเลยยอมเสียเงินสองร้อยกว่าซื้อดีวีดีมาดู

นายเทา (Christian Grey) เป็นคนที่รวยมากๆแต่มีด้านมืดของชีวิตที่สลับซับซ้อน
นส.เหล็ก (Anatasia Steele) เป็นบัณฑิตสาขาวรรณคดีอังกฤษจบใหม่
ที่มาใช้ชีวิตร่วมกันในเงื่อนไขแปลกประหลาดมากมายกว่าที่คนในสังคมจะรับรู้

กฎกติกาถูกสร้างขึ้นเพื่อจรรโลงความสัมพันธ์ในรูปแบบที่นายเทาต้องการ
ในขณะที่อีกฝ่ายคล้ายยอมทำตาม แต่ไม่ใช่จากกฎกติกา แต่มาจากปรารถนาของหัวใจ

ไฮไลท์ของหนังมาอยู่ในช่วงท้ายๆ ที่มีการต่อปากต่อคำกัน
และนายเทาบอกว่า เธอคงไม่เข้าใจตัวเขาหรอก เพราะ ชีวิตด้านมืดเขามีถึง 50 เฉด

หากไม่เสียเวลากับฉากโป๊ๆเปลือยๆแบบค้างๆ กันมากไป
หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังรักที่ดีเรื่องนึง
เสียแต่ตอนจบ นึกว่ายังไม่จบ แต่ก็จบกันดื้อๆ
มารู้ที่หลังว่า ยังมีต่ออีกสองภาค
ชื่อภาคสองคือ ห้าสิบเฉดที่มืดขึ้น (Fifty shades darker)

เฮ้อ แปลว่า มันมีสีเทาตั้ง 100 เฉดละ กลุ้มแท้

วิจารณ์โดย Two hundred shades of Somchai
ปล. ผมชอบใช้เนคไท

The Theory of Everything

theory

เมื่อผู้หญิงสวยที่มีอนาคตคนหนึ่ง ตัดสินใจแต่งงานผู้ชายที่ป่วย ดูแลตัวเองไม่ได้และหมอบอกจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปี ด้วยสาเหตุว่า เธอรักเขา

เมื่อผู้ชายคนหนึ่ง อยากให้หญิงสาวที่เขารัก มีอนาคตกับชายปกติแทนที่จะต้องมาลำบากดูแลเขาที่แม้แต่จะช่วยตัวเองก็ยังไม่ได้ ด้วยสาเหตุเดียวกัน คือ เขารักเธอ

ความรักที่เกิดในหนังเรื่องนี้ จึงไม่ใช่รักเพื่อตัวเอง แต่เป็นความรักที่อยากให้อีกฝ่ายได้ในสิ่งที่ดีกว่า

ทฤษฎีของทุกๆสิ่ง (The Theory of Everything) หนังรางวัล ออสการ์ สาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ปี 2014
ที่แสดงเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบิล สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) ผู้ค้นพบทฤษฎีกำเนิดแห่งจักรวาล เจ้าของหนังสือ ประวัติย่อแห่งกาลเวลา (The brief history of time) ที่ลือเลื่อง

หนังความยาว 123 นาที ที่เดินเรื่องเอื่อยเฉื่อย อึดอัด ในช่วงแรกและกลางของเรื่อง พอถึงจุดที่ปมต่างๆผูกรัดเข้าหากัน ทำให้คนดูเริ่มลุ้นและสนุกกับการคาดการณ์จะจะจบหรือลงเอยอย่างไร

ตอบได้ว่า เรื่องนี้ รักแท้แพ้ใกล้ชิด นี่คือ Theory of Everything ครับ