การกีดกัน หรือ การเลือกปฏิบัติ (Discrimination)

Image

ในการบริหารงานบุคคล  หากมีการเลือกปฏิบัติต่อคนในองค์การ หรือ คนที่ประสงค์จะสมัครเข้ามาสู่องค์การ  เราเรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ  หรือถ้าเป็นภาษาการเมืองก็เรียกว่าสองมาตรฐาน  เช่น  การกีดกันทางเพศ    ทางศาสนา   ทางชนชั้น วรรณะ  ทางภาษา  ทางเชื้อชาติ  โดยจะไม่ให้กลุ่มคนที่เลือกปฏิบัติได้เข้ามาสู่องค์การ  หรือ เกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ  การเลือกปฏิบัติดังกล่าว  นอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศต่างๆเป็นส่วนใหญ่  ด้วยเหตุที่เชื่อว่าคนทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน  ย่อมต้องได้รับสิทธิเสรีภาพในการทำงานอย่างเท่าเทียมกันด้วย  ไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ 

สาวสวยผมทองรายหนึ่ง  ที่ถูกเพื่อนๆปรามาสว่ามีแต่ความสวยแต่ไม่มีสมอง  เดินเข้าไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า  กวาดสายตาดูสิ่งที่ต้องการ  แล้วเอามาชี้ไปที่สินค้าที่เจ้าหล่อนต้องการ พลันบอกคนขายว่า  “ฉันเอาทีวีเครื่องนี้แหละ”   พนักงานขายตอบเรียบๆ  “ห้างเรามีนโยบายไม่ขายสินค้าให้คนผมสีทอง”  เธอเดินกลับออกมาจากร้านด้วยความผิดหวัง  นี่มันกีดกันคนผมทอง เป็นการเลือกปฏิบัติชัดๆ  เธอนึกในใจ

สาวผมทองไม่ยอมแพ้ง่าย  วันรุ่งขึ้น เธอย้อมผมเธอเป็นสีแดง  เดินเข้าไปในร้านเดิม  เอามือชี้ที่สินค้าตัวเดิม  “ชั้นจะซื้อทีวีเครื่องนี้แหละ”  พนักงานขายคนเดิม ตอบประโยคเดิม  “ห้างเรามีนโยบายไม่ขายสินค้าให้กับคนผมสีทอง”  เธอกระฟัดกระเฟียด เดินออกจากร้านไปในวันที่สอง   ด้วยความแปลกใจว่า ทำไม คนขายถึงจำเธอได้ ทั้งๆที่ย้อมผมเป็นสีแดงแล้ว 

วันที่สาม  เธอย้อมผมเธอใหม่เป็นผมสีดำ  เดินเข้าไปในร้านเดิม  เอามือชี้ที่สินค้าตัวเดิม  “ชั้นต้องการทีวีเครื่องนี้”  พนักงานขายตอบประโยคเดิมเป็นครั้งที่สาม  “บริษัทเรามีนโยบายไม่ขายสินค้าให้คนผมทอง”

สาวผมทองโมโหสุดๆ  “เธอจำชั้นได้อย่างไร  ฉันอุตส่าห์ย้อมผม เปลี่ยนสีผมมาสองรอบ  ทำไมถึงยังรู้ว่าผมของชั้นสีทองยะ”

“ผมจำคุณไม่ได้หรอกครับ  แต่ไอ้ที่ผมจำได้ คือ สิ่งที่คุณชี้ทุกครั้ง  มันคือ เตาไมโครเวฟ  ไม่ใช่ทีวี”